การบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัย และสมาชิกตะกาฟุลที่ประสบอุทกภัย

 

ประกาศที่ 062 / 2569

เรื่อง การบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัย และสมาชิกตะกาฟุลที่ประสบอุทกภัย

 

จากสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนใน 50 จังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร ตามรายงานสถานการณ์        สาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัย (สมาชิกตะกาฟุล) และผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย (ผู้ถือสัญญาตะกาฟุล)     บริษัทฯ  จึงเห็นสมควรกำหนดมาตรการผ่อนผันเป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้เอาประกันภัย  (สมาชิกตะกาฟุล) และผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย (ผู้ถือสัญญาตะกาฟุล) ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ภาคเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา น่าน ลำปาง และ แพร่ ภาคตะวันตก 4 จังหวัด ได้แก่ ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี และ เพชรบุรี ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทรบุรี และ ตราด           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ ยโสธร ชัยภูมิ สุรินทร์ และ นครราชสีมา ภาคกลาง 21 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และ นครนายก  ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง กระบี่ พังงา                  สุราษฎร์ธานี และ สตูล โดยกำหนดมาตรการผ่อนผันเป็นกรณีพิเศษ ดังนี้

 

  1. ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย (Grace Period)

สำหรับกรมธรรม์ประกันภัย หรือ สัญญาตะกาฟุล ที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย (เงินสมทบตะกาฟุล) ระหว่างวันที่            25 กันยายน 2569 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2569  บริษัทฯ จะขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย (เงินสมทบตะกาฟุล) ออกไปอีก 60 วัน  จากเดิมที่มีระยะเวลาผ่อนผัน 31 วันนับแต่วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย (เงินสมทบตะกาฟุล)  เป็น 91 วันนับแต่วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย  (เงินสมทบตะกาฟุล)

 

  1. 2. ยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้จ่ายชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ  (Automatic Premium Loan หรือ APL Payment)

          สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2569 และได้นำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยประกันภัยตามเงื่อนไขกรมธรรม์โดยการกู้จ่ายชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ (APL, Partial APL) หากมีการชำระคืนเงินกู้จ่ายชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ ครบถ้วนเต็มจำนวน (APL Full Payment)  ภายใน 6 เดือน นับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย บริษัทฯ จะยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้จ่ายชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ

 

  1. ผ่อนผันการขอกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ประกันภัย (Reinstatement)

          สำหรับกรมธรรม์ประกันภัย หรือสัญญาตะกาฟุล ที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย (เงินสมทบตะกาฟุล) ระหว่างวันที่            25 กันยายน 2569 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2569 และขาดผลบังคับ หากดำเนินการขอกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ประกันภัย หรือสัญญาตะกาฟุล ภายใน    6 เดือน นับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย (เงินสมทบตะกาฟุล) บริษัทฯ จะงดการเรียกตรวจสุขภาพ และยกเว้นดอกเบี้ยจากการชำระเบี้ยประกันภัยที่ค้างชำระ สำหรับการขอกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ประกันภัย หรือสัญญาตะกาฟุล

 

  1. ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ประกันภัยฉบับใหม่ (Policy Re-Issue Fee)

          สำหรับกรมธรรม์ประกันภัย หรือสัญญาตะกาฟุล ที่สูญหายหรือชำรุดจากเหตุการณ์อุทกภัย บริษัทฯ จะยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ประกันภัย หรือสัญญาตะกาฟุลฉบับใหม่ และยกเว้นการใช้ใบแจ้งความเป็นหลักฐาน สำหรับผู้เอาประกันภัย                   (สมาชิกตะกาฟุล) ที่ยื่นคำร้องขอออกกรมธรรม์ หรือสัญญาตะกาฟุลฉบับใหม่ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2570

 

บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การผ่อนผันเป็นกรณีพิเศษนี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้เอาประกันภัย (สมาชิกตะกาฟุล) และ   ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย (ผู้ถือสัญญาตะกาฟุล) ของบริษัทฯ ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยขณะนี้ได้ในระดับหนึ่ง     และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ประสบอุทกภัยทุกท่านผ่านพ้นเหตุการณ์อุทกภัย และกลับสู่ภาวะปกติในเร็ววัน

 

ประกาศ ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า